บทความ

ผลของ PM2.5 ต่อหญิงตั้งครรภ์

รูปภาพ
ผลของ PM2.5 ต่อหญิงตั้งครรภ์....... ​     การศึกษาทางระบาดวิทยาพบว่า มารดาที่สัมผัสกับมลพิษทางอากาศขณะตั้งครรภ์ มีความสัมพันธ์กับการเจริญเติบโตของตัวอ่อนช้ากว่าปกติ และทารกแรกคลอดมีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซี่งสันนิษฐานว่าผลกระทบนี้จะมากที่สุดในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์       นอกจากนี้ยังมีรายงานความเสี่ยงของภาวะครรภ์เป็นพิษ และทารกคลอดก่อนกำหนดเพิ่มขึ้น ผลที่อาจจะตามมาจากการที่ทารกเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ คลอดก่อนกำหนด และน้ำหนักแรกคลอดต่ำ คือปัญหาทางสุขภาพต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนาของปอดและความสามารถในการเรียนรู้ซึ่งอาจเป็นปัญหาที่ส่งผลระยะยาวตลอดช่วงอายุขัย

การทำงานของเครื่องวัดฝุ่นแบบแสง (Laser Scattering)

รูปภาพ
การทำงานของเครื่องวัดฝุ่นแบบแสง (Laser Scattering)       เครื่องวัดค่าฝุ่นละอองสามารถแบ่งออกได้ 2 แบบ คือ • แบบกระดาษกรอง  • แบบแสง       สำหรับเครื่องวัดทั่วไปที่เห็นในตลาดและที่ติดกับอุปกรณ์เครื่องฟอกอากาศหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป จะเป็นแบบแสง หรือที่เรียกกันว่า Laser Scattering โดยมีหลักการการปล่อยคลื่นแสง มักจะเป็นช่วงแสงเลเซอร์ ผ่านช่องที่รับฝุ่นละอองเข้า และจะมีแผ่นรับแสง ซึ่งจะสามารถวัดกระจายของความเข้มแสงที่ตกกระทบ เนื่องจากเมื่อแสงผ่านฝุ่นละออง จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของความเข้มแสง อันเนื่องมาจาก การดูดซับ สะท้อนและการหักเหของแสง ซึ่งมีผลกระทบต่อความเข้มแสงที่ไปตกกระทบที่แผ่นรับแสงปลายทาง  ทำให้สามารถหาความสัมพันธ์ของรูปแบบของวงความเข้มแสงที่รับที่ปลายทางกับขนาดอนุภาคที่ขวางลำแสงก่อนที่จะมากระทบที่แผ่นรับแสง

ผลของ PM 2.5 ต่อโรคมะเร็ง

รูปภาพ
ผลของ PM 2.5 ต่อโรคมะเร็ง PM 2.5 และ PM 10 หมายถึงฝุ่นละเอียดขนาดเล็ก ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ ฝุ่นควันซึ่งเกิดจากการทำอาหาร จากรถยนต์ และอื่นๆ  เมื่อฝุ่นขนาดเล็ก เข้าสู่ร่างกายทางการหายใจ ก็จะทำให้มีการระคายเคืองของ ทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝุ่นขนาดเล็กที่มีขนาดน้อยกว่า 10 หรือที่รู้จักกันในขนาด 2.5 จะลงไปถึงท่อลมและถุงลมส่วนปลาย ทำให้ มีการ อักเสบเรื้อรังเกิดขึ้น และเมื่อได้รับเป็นระยะเวลานานสามารถทำให้เกิดมะเร็งของระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งปอด จากการศึกษาในอเมริกา ปริมาณ PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้น 10 ug/m3 จะมีผลทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสูงขึ้น ร้อยละ 4%, 6%, และ 8% สำหรับโรคทุกชนิด โรคหัวใจ และ มะเร็งปอดตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การวัดค่า PM 2.5 และฝุ่นขนาดเล็กรวมกันทั้งหมด อาจไม่สามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลชี้บ่งถึงอัตราเสียชีวิตได้เสมอไป ข้อมูลของประเทศไทย แม้ว่าจะไม่มีการศึกษาชัดเจนแต่จะเห็นได้ว่าในภาคเหนือโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในจังหวัดเชียงใหม่และลำปาง มีอัตราการ เกิดโรคมะเร็งปอดและอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดสูงกว่าภาคอื่นๆของประเทศไทย  องค์การอนามัยโลกมีคำแนะนำเกี่ยว...

พ่นน้ำขึ้นฟ้าลดฝุ่น PM 2.5 ได้หรือไม่ ?

รูปภาพ
พ่นน้ำขึ้นฟ้าลดฝุ่น PM 2.5 ได้หรือไม่ ?   ​   จากที่ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในหลาย ๆ เมืองขึ้นสูง ทำให้มีหน่วยงานราชการพยายามแก้ปัญหาด้วยการฉีดน้ำขึ้นฟ้าหรือพ่นน้ำเป็นละอองฝอยจากตึกเพื่อลดปริมาณฝุ่นในอากาศ มีคำถามว่าสามารถลดปริมาณฝุ่นได้จริงหรือ     เราต้องมาทำความเข้าใจถึงหลักการของการดักฝุ่นก่อน  จริง ๆ แล้วการฉีดน้ำก็เปรียบเสมือนมีฝนตกลงมานั่นเองแต่เป็นฝนปริมาณที่น้อยมาก เมล็ดฝนจะทำหน้าที่คล้าย ๆ กับเส้นใยแผ่นกรองที่ดักอนุภาคฝุ่น  ซึ่งกลไกหลักในการดักเก็บผงฝุ่นนั้นมีอยู่ 3 อย่างด้วยกันก็คือ ​1. การดักฝุ่นแบบชนอย่างจัง หรือ impaction เกิดเมื่อเมล็ดฝุ่นมีความเร็วสูงวิ่งเข้าชนหยดน้ำ ฝุ่นก็จะติดอยู่บนหยดน้ำ สามารถดักจับอนุภาคฝุ่นได้ ​2. การชนแบบเฉี่ยว ๆ หรือ interception แบบนี้เกิดเมื่ออนุภาคฝุ่นมีความเร็วน้อยกว่าแบบแรก เมื่อเมล็ดฝุ่นวิ่งเข้าใกล้หยดน้ำก็จะชนบริเวณขอบของหยดน้ำและถูกดักจับ  ​3. การชนแบบสะเปะสะปะเหมือนคนเมาเดินชนรถ หรือ diffusion แบบนี้อนุภาคที่มีขนาดเล็ก ล่องลอยด้วยความเร็วต่ำแบบไร้ทิศทาง จนมาชนและถูกดักจับบนหยดน้ำ  ​ดังนั้นเมื่อเราฉีดน้ำเ...

พบไฟป่า แจ้งใครดี ?

รูปภาพ
พบไฟป่า แจ้งใครดี ? หากพบเห็นไฟป่า หรือการกระทำที่ก่อให้เกิดไฟป่า สามารถแจ้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ ดังนี้ 1 สายด่วนไฟป่า โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โทร 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง 2 องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่เกิดไฟป่า 3 สถานีควบคุมไฟป่า หรือหน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ใกล้ที่สุด 4 Facebook :กรมป่าไม้ 5 Facebook :กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

การต่อสู้ไฟป่าทางอากาศ

รูปภาพ
การต่อสู้ไฟป่าทางอากาศ “ความเป็นมาในแคลิฟอร์เนีย” คือการใช้อากาศยานไม่ว่าจะเป็นชนิดปีกตรึงหรือปีกหมุนในการต่อสู้ไฟป่า  รวมถึงเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าที่โดดร่มหรือโรยตัวจากอากาศยานลงในพื้นที่แนวความคิดในการใช้อากาศยานนี้เกิดขึ้นในช่วงปลายของทศวรรษ 1950 หลังจากมีเครื่องบินทิ้งระเบิดเหลือใช้จากสงครามโลกครั้งที่2 จำนวนมาก  นาย George Kreitzberg ได้ทดลองโปรยน้ำลงเพื่อดับไฟป่า   จากนั้นฝูงบินดับไฟจึงถือกำเนิดขึ้น     “น้ำนั้นดับไฟป่าได้อย่างไร” การสันดาปจะเกิดได้อย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องมีปัจจัย 3 ประการได้แต่   • ความร้อน   • เชื้อเพลิง  • ออกซิเจน  อยู่พร้อมๆด้วยกัน การแยกปัจจัยหนึ่งใดออกไปจะทำให้ไฟดับ   น้ำที่โปรยลงนั้นเมื่อต้องผิวพื้นที่ร้อนหรือหน้าไฟจะระเหยเป็นไอน้ำพาเอาความร้อนออกจากหน้าไฟ  ทำให้ไฟนั้นดับลงได้   ปริมาณน้ำที่ต้องใช้ในการต่อสู้ไฟป่านั้นเพียง 1/300 ของปริมาตรเชื้อเพลิง ในป่าที่มีใบไม้สะสมหนา 10 ซม. นั้นจะใช้น้ำเพียง 30 cc เทียบเท่ากับโค้กหนึ่งกระป๋อง ต่อ ตารางเมตร   การใช้น้ำมากเกินไปจะเป็นการสิ้นเปลืองเนื่องจากน้...

ต้องใช้น้ำแค่ไหนในการต่อสู้ไฟป่า

รูปภาพ
ต้องใช้น้ำแค่ไหนในการต่อสู้ไฟป่า        น้ำ.....เมื่อถูกพ่นเข้าสู่หน้าไฟจะระเหยกลายเป็นไอน้ำนำพาความร้อนออกจากจุดสันดาปจึงสามารถดับไฟได้         แต่ในป่านั้นต่างจากในเมือง การขนส่งน้ำจากแหล่งน้ำไปยังตำแหน่งไฟป่านั้นต้องเดินทางผ่านพื้นที่สูงชัน ข้ามภูเขา เป็นระยะทางไกลๆ น้ำเป็นสารที่มีน้ำหนักมากโดยเมื่อต้องขนส่งผ่านพื้นที่สูงชัน การใช้น้ำดับไฟป่านั้นจำเป็นต้องใช้อย่างประหยัดเท่าที่จำเป็น การใช้น้ำอย่างสิ้นเปลืองนั้นกลับกลายเป็นว่าเราจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เมื่อพบว่าไฟนั้นลุกติดขึ้นมาได้ใหม่หลังจากเราใช้น้ำจนหมดสิ้น          ตามคู่มือ Water vs Fire ของกรมป่าไม้แคลิฟอร์เนียในปี 1968 แนะนำให้ใช้น้ำเพียง 1/300 ส่วนของปริมาตรเชื้อเพลิง หมายความว่าถ้าเรามีพื้นที่ป่า 1 ตารางเมตรแล้วมีเชื้อเพลิงใบไม้หนา 10 ซม  คิดเป็นปริมาตรได้ 100 ลิตร  เราต้องการน้ำเพียง 0.3 ลิตรในการดับไฟป่านี้  (โค้ก 1 กระป๋อง) หากใช้น้ำมากกว่านี้แล้วน้ำส่วนที่เหลือจะไหลซึมลงดินไปเป็นการสูญเปล่า       ในประเทศไทยนั้นกลับพบไฟป่ารอบๆเ...