PM 2.5 เข้าสู่ร่างกายอย่างไรและผลกระทบต่อสุขภาพ


PM 2.5 เข้าสู่ร่างกายอย่างไรและผลกระทบต่อสุขภาพ


ฝุ่นละอองในอากาศประกอบด้วยสารหลายชนิด และมีขนาดต่างๆกัน เมื่อเราหายใจเข้าไป ฝุ่นละอองที่มีขนาดใหญ่กว่า 2.5 ไมครอน จะถูกดักจับที่ทางเดินหายใจส่วนบน ในขณะที่สารที่เล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) สามารถเคลื่อนลงไปทางเดินหายใจส่วนล่าง

ผลการทดลองในหนูพบว่า ขนาดฝุ่นละอองยิ่งมีขนาดเล็กยิ่งสามารถกระจายไปในส่วนลึกของเนื้อปอดได้มาก และเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งฝุ่นขนาดเล็กจะสามารถผ่านผนังถุงลมเข้าสู่กระแสเลือด และกระจายไปที่อวัยวะอื่นๆ เช่น ไต และตับ ทำให้เกิดการอักเสบ, เพิ่มปริมาณสารอนุมูลอิสระ, หลอดเลือดแข็งและอุดตัน และการทำงานของอวัยวะต่างๆลดลง นอกจากนี้ PM 2.5 อาจทำลายเซลล์ผิวหนังและแทรกผ่านทางผิวหนังเข้าสู่ร่างกายได้

ผลกระทบต่อสุขภาพเมื่อสัมผัส PM 2.5

ผลกระทบต่อสุขภาพระยะสั้น ได้แก่

  • ปวดและเวียนศีรษะ
  • ระคายเคืองตา ตาแดง
  • ระคายเคืองผิวหนัง
  • ผลต่อทางเดินหายใจ เช่น ไอ หายใจลำบาก ปอดและหลอดลมอักเสบ

ผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว ได้แก่

  • ผลต่อระบบประสาท เช่น ปวดศีรษะ วิตกกังวล
  • เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง ทำให้เกิดอัมพาต
  • เพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจอุดตัน และหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • ผลต่อทางเดินหายใจ เช่น โรคถุงลมโป่งพอง โรคหอบหืด รวมถึงมะเร็งปอด
  • ผลต่อหลอดเลือด ทำให้ปริมาณเลือดไปอวัยวะต่างๆ เช่น ตับ ม้าม ไต ลดลง
  • ผลต่ออวัยวะสืบพันธุ์ และหญิงตั้งครรภ์ ทำให้ทารกมีน้ำหนักตัวลดลง

กลุ่มที่เสี่ยงต่อผลกระทบเหล่านี้เพิ่มขึ้น ได้แก่

  • ผู้ป่วยโรคปอด, โรคหัวใจ, โรคเบาหวาน และโรคไตเรื้อรัง
  • เด็ก
  • ผู้สูงวัย
  • หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้ที่ทำงาน หรือออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นเวลานาน หรืออยู่ในอาคารที่ไม่ได้ปิดมิดชิด เพราะจะทำให้มีการหายใจเอาฝุ่นละอองเข้าไปมากขึ้น

ข้อมูลการศึกษาในเชิงระบาดวิทยาของต่างประเทศ พบว่า การสัมผัส PM 2.5 ที่ความเข้มข้นสูงขึ้น จะสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อทางเดินหายใจ, โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน, มะเร็งปอด, โรคหลอดเลือดสมองและโรคถุงลมโป่งพอง
และค่าความเข้มข้นของ PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้นทุก 10 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคไตเรื้อรังรายใหม่ ร้อยละ 27, เพิ่มความเสี่ยงทำให้ผู้ป่วยโรคไต มีการทำงานของไตแย่ลง ร้อยละ 28 และเพิ่มความเสี่ยงทำให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง เข้าสู่ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ร้อยละ 26


โครงการป้องกันและชะลอโรคไตเรื้อรังในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

(Chronic kidney disease prevention in the Northeast of Thailand: CKDNET)

CKDNET ได้จัดตั้งโครงการย่อยเพื่อศึกษาผลกระทบของมลภาวะสิ่งแวดล้อมต่อโรคไตและโรคไม่ติดต่อ ซึ่งได้ศึกษาข้อมูลย้อนหลังจากดาวเทียมนาซา และประมาณค่า PM 2.5 จากค่าความลึกเชิงแสงของอนุภาคแขวนลอยในชั้นบรรยากาศ (Aerosol optical death: AOD)โดยพบว่าจากข้อมูลย้อนหลังในช่วงปี คศ 2010–2015 พบว่าการกระจายของค่าเฉลี่ย PM 2.5 ในประเทศไทย มีปริมาณความเข้มข้นที่สูงในพื้นที่บางส่วนของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง และเมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิต พบว่า

  • ความเข้มข้นของ PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้นทุก 10 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร เพิ่มอัตราการเสียชีวิตรวมจากทุกสาเหตุร้อยละ 18
  • เพิ่มอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจร้อยละ 30
  • เพิ่มอัตราการเสียชีวิตจากโรคถุงลมโป่งพองและมะร็งปอดร้อยละ 20–31
  • เพิ่มอัตราการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองร้อยละ 25
  • เพิ่มอัตราการเสียชีวิตจากโรคไตเรื้อรังร้อยละ 6

นอกจากขนาดของฝุ่นละอองที่มีผลต่อสุขภาพแล้ว ชนิดองค์ประกอบของฝุ่นก็กระทบกับสุขภาพ เช่น ฝุ่นชนิด Dust และ Organic carbon มีความเข้มข้นสูงสุดที่ภาคเหนือของไทย สัมพันธ์กับความชุกของโรคถุงลมโป่งพอง หอบหืด และมะเร็งปอด ซึ่งพบมากที่สุดในบริเวณนี้ ในขณะที่ฝุ่นชนิด Black carbon พบความเข้มข้นสูงสุดที่ภาคกลาง และสัมพันธ์กับโรคหลอดเลือดสมองในบริเวณดังกล่าว

“ความเข้มข้นของ PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้นทุก 10 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร เพิ่มอัตราการเสียชีวิตรวมจากทุกสาเหตุร้อยละ 18, อัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจร้อยละ 30, โรคถุงลมโป่งพองและมะร็งปอดร้อยละ 20–31, โรคหลอดเลือดสมองร้อยละ 25 และโรคไตเรื้อรังร้อยละ 6”


เอกสารอ้างอิง

  1. Li D, Li Y, Li G, Zhang Y, Li J, Chen H. Fluorescent reconstitution on deposition of PM2.5 in lung and extrapulmonary organs. Proc Natl Acad Sci U S A 2019;116(7):2488–93.
  2. Ngoc LTN, Park D, Lee Y, Lee YC. Systematic Review and Meta-Analysis of Human Skin Diseases Due to Particulate Matter. Int J Environ Res Public Health. 2017 Nov 25;14(12).
  3. Burnett R, Chen H, Szyszkowicz M, Fann N, Hubbell B, Pope CA, et al. Global estimates of mortality associated with long-term exposure to outdoor fine particulate matter.
    Proc Natl Acad Sci U S A 2018;115(38):9592–97.
  4. Apte JS, Marshall JD, Cohen AJ, Brauer M. Addressing Global Mortality from Ambient PM2.5. Environ Sci Technol 2015;49(13):8057–66.
  5. Bowe B, Xie Y, Li T, Yan Y, Xian H, Al-Aly Z et al. Particulate matter air pollution and the risk of incident CKD and progression to ESRD. J Am Soc Nephrol 2018;29:218–30.
  6. Shaddick G, Thomas ML, Green A, Brauer M, Donkelaar A, Burnett R, et al. Data integration model for air quality: a hierarchical approach to the global estimation of exposures to ambient air pollution. Appl.Statist 2018; 67: 231–53.

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การชิงเผา อะไร ทำไม อย่างไร

ใครคือกลุ่มเสี่ยงด้านสุขภาพของ PM 2.5